วันที่ 2 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดการสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีนายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวรายงานซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานรัฐ รวมถึงกรมบังคับคดี โดยนางสาวดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมบังคับคดี เข้าร่วมการประชุมสัมมนาดังกล่าว ณ ห้องรอยัลจูบิลี บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรีการประชุมในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 กล่าวโดยสรุปว่ารัฐบาลเข้ามาบริหารในช่วงที่มีปัจจัยท้าทายทั้งการฟื้นตัวหลัง Covid -19 ภาวะสังคมผู้สูงอายุ หนี้ครัวเรือน เป็นต้น จึงจะมีการดำเนินงาน ดังนี้ 1.ระยะสั้นคือ 1.มีกรอบเงิน 560,000 ล้านบาท เข้ากระตุ้นอุปสงค์-อุปทาน 2.ผลักดันการท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ และ3.มาตรการดูแลค่าใช้จ่ายลดภาระพลังงาน,พักหนี้ เป็นต้น 2.ระยะยาว คือ สร้างรายได้ ภาคเกษตร ,SMEs อย่างครบวงจร, การคมนาคม ,การค้ากับต่างประเทศเชิงรุก, แก้ปัญหายาเสพติด รัฐบาลมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจและทางสังคม คุณภาพชีวิต และจะทำตามเป้าหมายให้ได้ต่อไป 3. มีกรอบงบประมาณ 2567 จำนวน 3.48 ล้านล้านบาทให้หน่วยงานพิจารณาภายใน 5 แนวทาง คือ 1. ทำงบประมาณตามกรอบนโยบายที่สัญญากับประชาชน 2. ทำอย่างบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อน3. ทำอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาวินัยการเงินการคลัง 4. ทำอย่างมีตัวชี้วัดและมีเป้าหมาย และ5. ทำให้ครบทุกแหล่งเงินทุน และยึดวินัยการเงินการคลังและให้ส่วนราชการส่งคำขอต่อสำนักงบประมาณภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ทั้งนี้ กรมบังคับคดีได้ดำเนินการจัดทำคำของบประมาณตามขั้นตอนโดยส่งเอกสารให้สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมแล้ว เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 และจะดำเนินการทำในระบบ E-budgeting ภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ต่อไป