วันที่ 28 กันยายน 2566 เวลา 13.30 น. นางทัศนีย์ เปาอินทร์ อธิบดีกรมบังคับคดี มอบหมายให้ นางเพ็ญรวี มาแสง รองอธิบดีกรมบังคับคดี โฆษกกรมบังคับคดี เปิดแถลงข่าว กรมบังคับคดีเร่งแก้ปัญหาหนี้ กยศ. เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ในชั้นบังคับคดี ซึ่งมีคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 10 - 06 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม โฆษกกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ๒ ) พศ. 2566 ที่มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับภารกิจของ กรมบังคับคดี เนื่องจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ที่ได้บังคับคดีกับทรัพย์สินของ ลูกหนี้ กยศ. ซึ่งมีจำนวน 46,458 คดี เป็นทุนทรัพย์ 6,680,717,342.68 บาท โดยกยศ.ได้มีหนังสือถึงกรมบังคับคดี เพื่อขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ ในคดีที่ กยศ. ได้ยึดทรัพย์ไว้ทุกคดี ซึ่งกรมบังคับคดีได้กำหนดเรื่องการช่วยเหลือและการให้โอกาสกับลูกหนี้ กยศ. เป็นเรื่องเร่งด่วน จึงได้แจ้งให้สำนักงานบังคับคดี ทั่วประเทศดำเนินการให้เป็นแนวทางเดียวกัน โดยหาก กยศ. ได้แถลงงดการบังคับคดี โดยมิได้นำส่งหนังสือ แสดงความยินยอมของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหมายแจ้งลูกหนี้ตามคำพิพากษา ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี มาให้ความยินยอม ในการที่ กยศ. แถลงของดการบังคับคดีไว้ เพื่อให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้นหากลูกหนี้ กยศ. ที่ได้รับหมายแจ้ง จากเจ้าพนักงานบังคับคดีในการให้ความยินยอมในการงดการบังคับคดี หรืองดการขายทอดตลาด สามารถไปติดต่อสำนักงานบังคับคดีทุกแห่งทั่วประเทศ ในการให้ความยินยอมดังกล่าว การดำเนินการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมบังคับคดีและ กยศ. เพื่อให้ลูกหนี้ กยศ. ได้มีโอกาสปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในการถูกบังคับคดี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่กำหนดให้การแก้หนี้ กยศ.เป็นหนึ่ง ในโครงการ Quick Win ของกระทรวงยุติธรรมที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ทั้งนี้กระทรวงยุติธรรมได้จัดตั้งคณะทำงาน เพื่อศึกษาและจัดทำสัญญาปรับ โครงสร้างหนี้ ตาม พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2 ) พศ. 2566 เพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวต่อไป