วันที่ 6 สิงหาคม 2565 เวลา 14.30 น. ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 70 จังหวัดนนทบุรี และยุติธรรมพบประชาชน โดยมีนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นางทัศนีย์ เปาอินทร์ อธิบดีกรมบังคับคดี นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย โดยเป็นลูกหนี้ของ กยศ. ซึ่งได้กู้เงินมา 244,096 บาท มีดอกเบี้ย 26,817 บาท เบี้ยปรับ 100,584 บาท รวม 371,497 บาท และถูกฟ้องบังคับคดียึดห้องชุดทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งผลการเจรจา ได้ลดเบี้ยปรับ 100% เหลือยอดปิดหนี้ 270,913 บาท และมีการงดการบังคับคดีนำทรัพย์ออกขายทอดตลาด การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” ประกอบกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้กยศ. หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้เช่าซื้อรถยนต์ (ลิสซิ่ง) ซึ่งภายในงานได้มีการจัดไกล่เกลี่ยของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่เป็นหนี้ก่อนฟ้อง และการไกล่เกลี่ยของกรมบังคับคดี ที่เป็นหนี้ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว โดยมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และสถาบันการเงิน จำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย 1. ธนาคารออมสิน 2. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 3. บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด 5. บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) 6. ธนาคารซิตี้แบงค์ และ7. บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด สำหรับผลการไกล่เกลี่ยมีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย รวมทั้งสิ้น 1,239 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 1,216 ราย ทุนทรัพย์ 278,330,979.64 บาท คิดเป็นร้อยละ 99.84 ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 133,418,029.51 บาท โดยแยกเป็น กรณีก่อนฟ้อง มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 998 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 998 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ทุนทรัพย์ 170,170,795.11 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 129,628,224.00 บาท กรณีหลังศาลมีคำพิพากษา มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 220 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 218 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.09 ทุนทรัพย์ 108,160,184.53 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 3,789,805.51 บาท นอกจากนี้ภายในงานได้จัดนิทรรศการและบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับคดีให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก