วันที่ 5 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 66 จังหวัดขอนแก่น และยุติธรรมพบประชาชน โดยมีนางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นางอรัญญา ทองน้ำตะโก รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นางทัศนีย์ เปาอินทร์ อธิบดีกรมบังคับคดี นายจารึก เหล่าประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย โดยรายแรกเป็นลูกหนี้หลังศาลมีคำพิพากษา กับทางบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง เป็นหญิงสาวค้ำประกันให้ญาติซื้อรถจากโตโยต้า ลิสซิ่ง 739,941 บาท แล้วผิดนัดชำระจนถูกฟ้อง และถูกบังคับคดียึดบ้านและที่ดิน ซึ่งจะมีการขายทอดตลาดในวันที่ 14 ก.ย. โดยผลการเจรจรทางโตโยต้าให้จ่าย 100,000 บาทเพื่อถอนการยึดทรัพย์และปิดหนี้ในส่วนของผู้ค้ำประกัน และอีกรายเป็นข้าราชการบำนาญ เกษียณแล้วมาทำไร่ทำนา กู้ธนาคารออมสิน 1.2 ล้านบาท ผิดนัดชำระจนถูกฟ้องยึดบ้านและที่ดิน ผลการเจรจาได้ลดดอกเบี้ย จาก 6.15%เหลือ 3.15% ลดเงินค่างวดจาก 7,500 บาท เหลือ 3,200 บาท ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 30,000 บาท โดยลูกหนี้จะขายที่ดินที่เหลืออยู่มาปิดหนี้ ซึ่งจะได้รับส่วนลดอีก 368,148 บาท การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” ประกอบกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้กยศ. หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้เช่าซื้อรถยนต์ (ลิสซิ่ง) ซึ่งภายในงานได้มีการจัดไกล่เกลี่ยของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่เป็นหนี้ก่อนฟ้อง และการไกล่เกลี่ยของกรมบังคับคดี ที่เป็นหนี้ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว โดยมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และสถาบันการเงิน จำนวน 12 แห่ง ประกอบด้วย 1. ธนาคารออมสิน 2. บริษัท โตโยต้า ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด 3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 4. บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด 5. บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) 6. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 7. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 8. บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด 9. บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 10. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 11. บริษัทตรีเพชรอีซูซุลีสซิ่ง จำกัด และ12. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับผลการไกล่เกลี่ยมีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย รวมทั้งสิ้น 1,594 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 1,587 ราย ทุนทรัพย์ 359,297,777.10 บาท คิดเป็นร้อยละ 99.56 ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 131,534,004.84 บาท โดยแยกเป็น กรณีก่อนฟ้อง มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 947 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 947 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ทุนทรัพย์ 128,295,482.54 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 123,003,936 บาท กรณีหลังศาลมีคำพิพากษา มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 647 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 640 ราย คิดเป็นร้อยละ 98.92 ทุนทรัพย์ 231,002,294.56 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 8,530,068.84 บาท นอกจากนี้ภายในงานได้จัดนิทรรศการและบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับคดีให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก