รมว.ยุติธรรม เดินหน้าช่วยแก้หนี้ชาวปราจีนบุรีได้สำเร็จทุนทรัพย์กว่า 115 ล้านบาท

26/7/2565
รมว.ยุติธรรม เดินหน้าช่วยแก้หนี้ชาวปราจีนบุรีได้สำเร็จทุนทรัพย์กว่า 115 ล้านบาท

วันที่ 23 กรกฎาคม 2565 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมทวาราวดี จังหวัดปราจีนบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 60 จังหวัดปราจีนบุรี และยุติธรรมพบประชาชน ผ่านทาง VDO Conference โดยมีนายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายพงษ์สิทธิ์ เนื่องจำนงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายไพบูลย์ เมฆมานะ ผู้ตรวจราชการกรม กรมบังคับคดี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน ทั้งนี้รองปลัดกระทรวงยุติธรรมร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย ลูกหนี้กรณีหลังศาลมีคำพิพากษาของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด คดีฟ้องเรียกคืนรถ (รถหาย) ยึดที่ดินปลอดภาระไว้ ราคาประเมิน 824,150 บาท อยู่ระหว่างผ่อนชำระหนี้ ไม่มีการผิดนัดชำระ ยอดหนี้ปัจจุบันคงเหลือ 151,500 บาท ผลการเจรจาไกล่เกลี่ยลดหนี้ให้คงเหลือ 50,000 บาท นัดชำระปิดบัญชีวันที่ 30 กรกฎาคม 2565 ส่งผลทำให้ไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” ประกอบกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้กยศ.หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้เช่าซื้อรถยนต์ (ลิสซิ่ง) ซึ่งภายในงานได้มีการจัดไกล่เกลี่ยของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่เป็นหนี้ก่อนฟ้อง และการไกล่เกลี่ยของกรมบังคับคดี ที่เป็นหนี้ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว โดยมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และสถาบันการเงิน จำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย 1. ธนาคารออมสิน 2. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 3. บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด 4. บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 5. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 6. บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ 7. บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) สำหรับผลการไกล่เกลี่ยมีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย รวมทั้งสิ้น 550 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 547 ราย ทุนทรัพย์ 115,266,238.31 บาท คิดเป็นร้อยละ 99.45 ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 45,541,339.19 บาท โดยแยกเป็น กรณีก่อนฟ้อง มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 332 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 332 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ทุนทรัพย์ 52,565,465.38 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 43,122,816.00 บาท กรณีหลังศาลมีคำพิพากษา มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 218 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 215 ราย คิดเป็นร้อยละ 98.62 ทุนทรัพย์ 62,700,772.93 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 2,418,523.19 บาท นอกจากนี้ภายในงานได้จัดนิทรรศการและบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับคดีให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

อัลบั้มรูปภาพ