วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมริเวอร์ตัน ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 48 จังหวัดสมุทรสงคราม และยุติธรรมพบประชาชน ผ่านทาง VDO Conference ซึ่งมีนายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายอนุชิต เสียงใหญ่ ผู้ตรวจราชการกรมบังคับคดี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย โดยรายแรกเป็นหนี้หลังศาลมีคำพิพากษาของธนาคารออมสิน เป็นแม่ค้าที่เข้าโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ กู้เงินมา 50,000 บาท แต่ขาดส่งไป 2 ปี จึงถูกฟ้อง โดยหนี้ปัจจุบันเหลือ36,110 บาท ดอกเบี้ย 20,564 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 6,132 บาท รวมเป็นเงิน ยอดหนี้ 62,806 บาท ผลเจรจาธนาคารลดดอกเบี้ย และยกเว้นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 100 % ลดไปทั้งหมด 25,806 บาท เหลือเจรจาปิดบัญชีที่ 37,000 บาท รายต่อมาเป็นหนี้ของธนาคารออมสิน กู้เงินมา 40,000 บาท มียอดเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย 42,966 บาท ผลเจรจาธนาคารลดดอกเบี้ยให้ 100 % เป็นเงิน 19,966 บาท เจรจาปิดบัญชี 23,000 บาท เหลือยอดหนี้ที่ต้องชำระ 23,000 บาท การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” ประกอบกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้กยศ. หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้เช่าซื้อรถยนต์ (ลิสซิ่ง) ซึ่งภายในงานได้มีการจัดไกล่เกลี่ยของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่เป็นหนี้ก่อนฟ้อง และการไกล่เกลี่ยของกรมบังคับคดี ที่เป็นหนี้ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว โดยมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และสถาบันการเงิน จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย 1. ธนาคารออมสิน 2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 4. บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)และ 5. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบางนกแขวก สำหรับผลการไกล่เกลี่ยมีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย รวมทั้งสิ้น 282 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 269 ราย ทุนทรัพย์ 54,361,689.06 บาท คิดเป็นร้อยละ 99.63 ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 25,410,336.34 บาท โดยแยกเป็น กรณีก่อนฟ้อง มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 187 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 187 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ทุนทรัพย์ 23,819,011.16 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 24,289,056.00 บาท กรณีหลังศาลมีคำพิพากษา มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 83 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 82 ราย คิดเป็นร้อยละ 98.80 ทุนทรัพย์ 30,542,677.90 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 1,121,280.34 บาท นอกจากนี้ภายในงานได้จัดนิทรรศการและบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับคดีให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก