วันที่ 19 มิถุนายน 2565 เวลา 09.00 น. ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดตาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 29 จังหวัดตาก และยุติธรรมพบประชาชน นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวรายงาน ซึ่งมีนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล รองอธิบดีกรมบังคับคดี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน พร้อมร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย รายแรกกรณีไกล่เกลี่ยผ่านระบบออนไลน์จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นชาวจังหวัดตากไปทำงานที่อเมริกา เป็นหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา 140,000 บาท โดยเจรจาขอผ่อนเดือนละ 3,000 บาท ผ่านโมบายแบงค์กิ้ง รายต่อมา เป็นหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาหลังฟ้อง 450,000 บาท อยู่ในขั้นตอนยึดทรัพย์ โดยก่อนหน้านี้ผ่อนเดือนละ 12,000 บาท โดยผลเจรจาให้งดยึดทรัพย์ขยายระยะเวลาผ่อนให้ผ่อน 6 ปี งวดละ 4,000 บาท และอีกรายเป็นหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา 103,000 บาท ผลการเจรจา กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาลดให้ 45,000 บาท โดยให้ผ่อนอีก 132 งวด งวดละ 400 บาท การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” ประกอบกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้กยศ. หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้เช่าซื้อรถยนต์ (ลิสซิ่ง) ซึ่งภายในงานได้มีการจัดไกล่เกลี่ยของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่เป็นหนี้ก่อนฟ้อง และการไกล่เกลี่ยของกรมบังคับคดี ที่เป็นหนี้ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว โดยมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และสถาบันการเงิน จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย 1. ธนาคารออมสิน 2. บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) และ 3. บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด สำหรับผลการไกล่เกลี่ยมีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย รวมทั้งสิ้น 538 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 553 ราย ทุนทรัพย์ 189,367,196.59 บาท คิดเป็นร้อยละ 99.64 ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 42,851,021.16 บาท โดยแยกเป็น กรณีก่อนฟ้อง มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 324 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 314 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ทุนทรัพย์ 140,410,891.38 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 40,784,832.00 บาท กรณีหลังศาลมีคำพิพากษา มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 241 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 239 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.17 ทุนทรัพย์ 48,956,305.21 บาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 2,066,189.16 บาท นอกจากนี้ภายในงานได้จัดให้มีนิทรรศการเผยแพร่ภารกิจของกรมบังคับคดี และให้บริการคำปรึกษาทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับคดีและมอบเอกสารประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน โดยเน้นถึงความปลอดภัยตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข