กรมบังคับคดี สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีกับผู้กระทำความผิด

28/12/2561
กรมบังคับคดี สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีกับผู้กระทำความผิด

วันนี้ (28 ธันวาคม 2561) เวลา 10.00 น. กรมบังคับคดี สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีกับผู้กระทำความผิด โดยมีนางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี นายชาตรี สุวรรณิน อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด และนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นผู้ลงนาม ซึ่งมีนางอรัญญา ทองน้ำตะโก รองอธิบดีกรมบังคับคดี นางสาวสายรุ้ง มารมย์ รองอธิบดีกรมบังคับคดี นางทัศนีย์ เปาอินทร์ รองอธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมบังคับคดี คณะผู้บริหารสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด และคณะผู้บริหารสำนักงาน ก.ล.ต. เข้าร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือดังกล่าว ณ สำนักงาน ก.ล.ต. ถนนวิภาวดีรังสิต นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีมีภารกิจในการบังคับคดีแพ่ง คดีล้มละลาย และการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ตามคำพิพากษา หรือคำสั่งศาล การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการการทำงานที่สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมาย และการบังคับคดีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน อันจะเป็นการเสริมสร้างความเป็นธรรม ความเชื่อมั่น และเกิดผลสัมฤทธิ์ในการบังคับใช้กฎหมาย ในการสนับสนุนการดำเนินการตามหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน การแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ความเชี่ยวชาญในภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ตลอดจนให้ความร่วมมือในการสนับสนุนการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานในการตรวจสอบหาทรัพย์สินของผู้ต้องถูกบังคับคดีและผู้ต้องโทษปรับตามคำพิพากษาของศาล หรือของผู้กระทำความผิดหรือจำเลยที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และสามารถรวบรวมทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดหรือจำเลย มาชำระค่าปรับทางแพ่งหรือชดใช้เงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง ทั้งนี้ การดำเนินการตามที่ตกลงกันในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะต้องสอดคล้องกับกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อบังคับที่หน่วยงานทั้งสามเป็นผู้รักษาการ และจะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับประโยชน์สาธารณะซึ่งหน่วยงานทั้งสามมีหน้าที่กำกับดูแล

อัลบั้มรูปภาพ