วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการบังคับคดีแพ่ง : การสร้างสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าหนี้และการคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้ในระบบการบังคับคดีแพ่งสมัยใหม่ (International Conference on Balancing Creditor Rights and Debtor Protection in Modern Civil Enforcement Systems) โดยมีนางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้กล่าวต้อนรับ และนายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี เป็นผู้กล่าวรายงาน การประชุมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และสหพันธรัฐรัสเซีย รวมถึงหน่วยงานด้านการบังคับคดีแพ่งจากสหพันธรัฐรัสเซีย และองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ อาทิ สภาเจ้าพนักงานบังคับคดีระหว่างประเทศ (UIHJ) สำนักงานเจ้าพนักงานบังคับคดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ที่ประชุมแห่งกรุงเฮก ว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล (HCCH) เข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรม เดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพมหานคร การประชุมดังกล่าว มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2569 โดยในวันแรก ช่วงเช้า มีการนำเสนอ ดังนี้ หัวข้อที่ 1 “แนวทางเลือกอื่นนอกจากการบังคับคดี : การไกล่เกลี่ย การชำระหนี้เป็นงวด และทางเลือกอื่นในการระงับข้อพิพาทด้านหนี้” หัวข้อที่ 2 การนำเสนอ “การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบังคับคดี : การเพิ่มประสิทธิภาพคู่ขนานกับการคุ้มครองสิทธิ” หัวข้อที่ 3 การอภิปรายแบบกลุ่ม “การกำหนดเส้นแบ่งที่เหมาะสมระหว่างอำนาจการบังคับคดี ทรัพย์สินที่ได้รับการคุ้มครอง ขอบเขตของกฎหมาย และระบบการบังคับคดีโดยรัฐหรือเอกชนในประเทศต่าง ๆ” และช่วงบ่าย มีการอภิปราย หัวข้อ “การเข้าถึงข้อมูลทรัพย์สินในการบังคับคดีภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล : การสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการบังคับคดีกับสิทธิส่วนบุคคลของลูกหนี้ตามคำพิพากษา” หัวข้อ “การคุ้มครองลูกหนี้กลุ่มเปราะบางและความเป็นธรรมทางสังคม” และหัวข้อ “จริยธรรม ความรับผิดชอบ และความเป็นมืออาชีพ : บทบาทของเจ้าพนักงานบังคับคดีในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรม” และการอภิปรายแบบกลุ่ม หัวข้อ “การบังคับคดีข้ามพรมแดน : การเสริมสร้างความร่วมมือและการคุ้มครองคู่ความในระดับระหว่างประเทศ ตลอดจนทางออกร่วมกันในการติดตามทรัพย์และการบังคับคดีกับทรัพย์ที่อยู่นอกราชอาณาจักร” ทั้งนี้ กรมบังคับคดีจะได้รวบรวมความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติของแต่ละประเทศไปศึกษา วิเคราะห์ เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนานโยบาย ข้อกฎหมาย และระบบการปฏิบัติงานด้านการบังคับคดีแพ่ง ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพต่อไป